ทริปปลายหน้าหนาว ดำน้ำชมปะการังบนเกาะ ตรัง-หลีเป๊ะ

kohlipe31

ในช่วงปลายหน้าหนาวที่อากาศเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติของประเทศไทยนั่นก็คือมีอากาศที่ค่อนข้างร้อน การไปเที่ยวพักผ่อนที่ถือว่าถูกอกถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นทะเล และประเทศไทยเองก็ถือว่าเป็นประเทศที่โชคดีอย่างหนึ่งก็คือมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างทะเลอยู่มากมายเต็มไปหมด โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องถือว่าเป็นสวรรค์แห่งคนรักท้องทะเลเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าเมื่อไปเที่ยวทะเลแล้วการดำน้ำชมปะการังถือเป็นทริปที่น่าสนใจมากที่สุด และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในการดำน้ำชมปะการังก็คือทะเลตรังและเกาะหลีเป๊ะ

 

สถานที่แรกที่ไม่ควรพลาดในการเที่ยวทะเลตรังก็คือ เกาะกระดาน ที่ถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยที่สุดในจังหวัดตรังเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความที่อยู่ค่อนข้างห่างไกลจากชายฝั่งพอสมควรทำให้น้ำทะเลบริเวณเกาะกระดานยังคงมีความเขียวใส มีแนวชายหาดทอดยาวไปตลอดรอบเกาะทำให้มีความเหมาะสมที่จะเล่นน้ำเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่ 4 แห่งประกอบไปด้วย ชายหาดกระดาน, ชายหาดอ่าวเนียง, ชายหาดอ่าวไผ่ และชายหาดอ่าวช่องลม

ที่ต่อมาที่เหมาะสมในการไปดำน้ำดูปะการังที่จังหวัดตรังก็คือ เกาะม้าและเกาะเชือก ถือว่าเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากของจังหวัดตรัง สามารถดำน้ำชมปะการังอ่อนที่มีมากมายหลากหลายสี อาทิ สีแดง สีม่วง สีส้ม มีชมพู สีเหลือง และอีกมากมายหลากหลายสีได้อย่างจุใจ บริเวณเกาะทั้ง 2 เกาะนี้นั้นจะเป็นโขดหินเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีชายหาดหรือว่าบ้านคนอาศัยอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงกระท่อมของคนที่เฝ้ารังนกเท่านั้น

และอีกสถานที่ที่สวยงามของทะเลใต้ที่หาดว่าใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดำน้ำหรือการพักผ่อนที่สวยงามชองท้องทะเลและหาดทรายแล้วจะต้องไม่พลาดกับการไปเที่ยวชม เกาะหลีเป๊ะ ที่เป็นเกาะอยู่ในเขตจังหวัดสตูล ห่างจากตัวแผ่นดินของจังหวัดสตูลออกไปอีก 62 กิโลเมตร ถือว่าเป็นชายหาดที่มีความสวยงามมากล้อมรอบไปด้วยท้องทะเลที่มีความเขียวคราม เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบ มีน้ำที่ตื้นเขิน จุดเด่นที่สำคัญของเกาะแห่งนี้ก็คือความเป็นธรรมชาติในส่วนของปะการังที่เรียงรายอยู่รอบเกาะ เวิ้งอ่าวมีความสวยงาม ทรายละเอียดนิ่มนวล ซึ่งเกาะหลีเป๊ะจะมีหาดที่สำคัญทั้งหมด 4 หาด ประกอบไปด้วย หาดพัทยา, หาดซันไรท์, หาดคาร์มา และหาดซันเซ็ท ถือเป็นเกาะสุดท้ายที่อยู่ในพื้นที่ประเทศไทยทางตอนใต้

น่าหนาวปีที่แล้ว ได้ไปปายบอกได้เลยไม่ผิดหวัง

paiปีที่แล้วผมได้มีโอกาสไปเที่ยวปาย ซึ่งอากาศของปายนั้นวันที่ไปดีมาก ถ้าเป็นฤดูหนาวอากาศจะเย็นจัด มีละอองน้ำจางๆยามเช้า หมอกปกคลุม คนที่หมู่บ้านนี้มีวิถีชีวิตที่เงียบง่ายและยังคงเป็นธรรมชาติอยู่ เป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตัวผมเองก็ถูกดึงดูดเช่นด้วยกัน

ผมได้ไปหลายที่อย่างโป่งน้ำร้อนเมืองแปงเป็นผมได้เอาไข่ไปลวกในบ่อแล้วเอามากินอร่อยไปเลย ตอนแรกผมอยากจะลงไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อนจริงๆเหมือนได้ดูในกาตูนญี่ปุ่น ผมได้ลองเอามือลงไปจุ่มดูร้อนมาก อุณหภูมิน้ำร้อนสูงถึง 95 องศา

pai1ที่ต่อมาผมได้ไปที่น้ำตกหมอแปง มีความสวยงามและเดินทางสะดวกห่างจากตัวเมืองปายเพียง 9 กิโลเมตร น้ำตกที่นี้จะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้น 2-3 2ชั้นนี้ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำมากแต่วันนั้น เสียดายไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าไป แต่ถ้าใครอยากช่วงที่สวยที่สุดต้องไปที่หน้าฝน และ น้ำตกที่อยู่ใกล้ๆกับน้ำตกหมอแปง เป็นน้ำตกม่วงสร้อย และ น้ำตกแม่เย็น จากนั้นก็ไปวัดน้ำฮู เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง ทราบประวัติภายหลัง ว่ามีพระธุดงค์จากเชียงใหม่ สงสัยว่าพระมีน้ำไหลออกมาและข่าวนี้ถูกแผ่ออกไป ผู้คนก็เดินทางเพื่อมาขอน้ำนั้นไปสักการะบูชา

จากประสบการณ์ที่ท่องเที่ยวมาแล้วหลายที่ปายถือว่าเป็นหนึ่งที่มีบรรยากาศของธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่เบื่อหน่ายความวุ่นวายในกทม และ สำหรับคู่รักเพราะเป็นสถานที่โรแมนติก ผมก็เช่นกันครั้งหน้าต้องหาแฟนไปด้วยให้ได้เพราะตอนนี้ยังโสดสนิท อยากจะมีคนข้างๆที่ไปเที่ยวด้วยกัน ผมนั้นได้ไปหลายที่มากแต่ก็นะยังไม่เจอคนที่ใช่คงต้องรอต่อไป รอบหน้ามีเรื่องที่ยังไม่ได้มาเล่าอีกผมจะพาไปเที่ยวไหนนั้นให้เพื่อนๆคอยติดตามได้ ถ้าผมว่างจะมารีวิวสถานที่ท่องเที่ยวอีก เพื่อทำตามความฝันว่าต้องไปเที่ยวทั้งหมด 77 จังหวัด

โปรแกรมท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนี้ไปไหนกันดี

 

หน้าหนาวนี้ผมตั้งใจว่าจะไปเที่ยวภาคเหนือบ้างดีกว่า จังหวัดเชียงใหม่นี้อันดับหนึ่งที่น่าไปเที่ยวมาก วันนี้ผมจะมาแชร์สถานที่ ว่าโปรแกรมของผมที่วางไว้ล่วงหน้ามีอะไรบ้าง ถ้าใครอยากไปด้วย ลงชื่อเลยนะ จะกันเยอะๆจะได้สนุกๆchiangmai

  • ที่แรก วัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นวัดที่มีความสวยงามโดดเด่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมืองเชียงใหม่ รวมถึงประวัติความเชื่อว่าความศักดิ์สิทธิ์มาก ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 14 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ที่ดอยสุดเทพ มีความสูงถึง 1,053 เมตร

doi-inthanon

  • ที่ต่อไปเราจะไปพิชิตดอยอินทนนท์ ชาตินี้ผมว่าต้องลองไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลด้วย 2565 เมตร อยากไปสัมผัสอากาศหนาวๆที่หาที่ไหนไม่ได้ในประเทศไทย ยิ่งในกทมนั้นรถเยอะมากๆ ถ้ายิ่งได้ไปกางเต้น นอนเล่นสักคืนนะ คงเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมแน่นอน
  • สวนสัตว์เชียงใหม่ ง่ายๆเลยจากที่ได้ดูเดียวของพี่โน้ตอุดม อยากไปเห็นมูมู่ ด้วยตาตัวเอง แล้วต่อด้วย ถนนคนเดินท่าแพ ไปเดินดูบรรยกาศสาวเหนือเจ้า ว่าจะน่ารักแค่ไหน

ส่วนเรื่องอาหารที่ไม่ควรพลาด

khao-soi

  • ข้าวซอย ต้องไปหากินให้ได้ เพราะในกทม หากินได้อยากมาก แต่ถ้ามีขายรสชาติก็ธรรมดาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนร้านนั้นก็ไปถามคนแถวนั้นอีกทีว่าร้านไหนอร่อยบ้าง
  • น้ำพริกหนุ่ม ถ้ากินคู่กับแคบหมู ผัก ข้าวเหนียว ขอบอกเลยว่าอร่อยมาก ที่รู้เพราะเคยกินมาแล้วรอบหนึ่ง ตอนที่เดินทางไปทำงาน
  • แกงฮังเล เป็นอาหารค่อนข้างเค็ม-เปรี้ยว ได้ข้าวร้อนๆนะ นึกแล้วน้ำลายหก ใครได้มาเชียงใหม่แล้วไม่ได้กินถือว่ายังมีไม่ถึง

ถ้าใครสนใจลงชื่อเลย ส่วนเรื่องจะเอาบิ๊กไบค์ หรือยังไงเราค่อยมาตกลงกันอีกทีนะครับเพื่อนๆ